ไม่มีใครล้าง รถเช่า เจ้าของควรรู้

พวกเราบางครั้งก็อาจจะยังไม่รู้เรื่องหัวหน้าดีพอเพียง จนกระทั่งจะได้เป็นหัวหน้า บางทีอาจไม่รู้เรื่องความนึกคิดประธาน จวบจนกระทั่งจะได้เป็นประธาน และไม่บางทีอาจรู้เรื่องความรู้สึกคนเป็นเจ้าของธุรกิจการค้า ตราบจนกระทั่งจะได้ครอบครองธุรกิจ แล้วก็แน่ๆว่าคนเป็นนายจ้างก็บางทีอาจไม่รู้เรื่องลูกน้องถ้าหากไม่เคยเป็นลูกน้อง หรือก็มีที่เคยเป็นแม้กระนั้นลืมตัวเองไปแล้ว…

โน่นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของการรู้เรื่องคนภายในหน่วยงาน ที่สำหรับเพื่อการดำเนินการพวกเราก็ต้องการให้ทุกส่วนหากันพบหรือที่กล่าวกันว่า จูนกันติด (Tune) ไม่ว่าจะระดับไหน เพียงแค่ที่สุดแล้วมันไม่ใช่แค่มุมมอง แม้กระนั้นบริบทแล้วก็ความจำกัดอะไรบางอย่างมันเป็นไปไม่ได้ที่จะคิดเช่นกันได้

อาจไม่ต้องเอ่ยถึงกรุ๊ป “ไม่เอาถ่าน” ที่สาเหตุมากมาย หรือกรุ๊ป “ตัวเด่น” สถานที่ทำงานเจริญทุกระดับ เพราะเหตุว่าคนพวกนี้มีน้อย แต่ว่าก็มั่นใจว่าโดยส่วนมากแล้วทุกคนล้วนต้องการ “ดำเนินการให้ดี” หรือขั้นต่ำก็ไม่ได้อยากถูกติเตียนว่าดำเนินการไม่ดี นี่เป็นรากฐานที่คงจะดูแบบเดียวกัน แต่ว่าสิ่งที่ทำให้ทุกสิ่งต่างออกไปก็ตรงที่ “ดำเนินการให้ดี” ของแต่ละคนวินิจฉัยต่างกัน…

ดำเนินการให้ดี ในฐานะบุคลากรระดับเดียวกัน คนหนึ่งอาจมองว่า ทำ(เพียงแค่)ตามหน้าที่ให้บริบูรณ์ ก็ดี ไม่สมควรล่วงล้ำ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสี่ยง ไม่เสนอหน้า ไม่งั้นจะมองเป็นการดำเนินการเอาหน้า นี่เป็นแบบหนึ่ง ซึ่งอีกคนอาจมองว่า ปฏิบัติงานให้ดี ก็ควรมีผลสะท้อนกลับมา มีคนเห็น มีคนดู ได้มีส่วนร่วม แล้วก็บางทีอาจสำเร็จทดแทนในอนาคต นี่ก็อีกแบบหนึ่ง ที่ก็บ่งชัดยากแบบไหนถูกกว่ากัน

ในฐานะระดับประธาน/หัวหน้างาน ก็ต้องการที่จะให้คณะทำงานหรือลูกน้องดำเนินการเป็นไปตามแผน หรือตามทางที่ตนเองคิดไว้ ซึ่งก็ได้บ้างมิได้บ้าง คนไหนกระทำตามแผนเขาก็นับว่าปฏิบัติงานดี คนไหนกันแน่ดำเนินการไม่เป็นไปตามแผนก็จัดว่าดำเนินการไม่ดี ด้วยเหตุผลดังกล่าวปฏิบัติงานดีในมุมนี้ก็ขึ้นกับว่า แผนหรือความนึกคิดในใจคนเป็นหัวหน้าคิดเช่นไร (หัวหน้างานห่วยแตกๆอาจจะไม่กล่าวถึง)

ในมุมเจ้าของธุรกิจ พื้นฐานย่อมต้องการได้ผลลัพธ์ของธุรกิจการค้าเป็นไปในทางเจริญ ถ้าเกิดเป็นเจ้าของธุรกิจการค้าที่ไม่ดี ก็จะคิดเท่านี้ไม่สนใจกรรมวิธีการหรือส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆดูแต่ว่าผลตอบแทนตนรวมทั้งการประลอง คนภายในหน่วยงานก็จำเป็นต้องสัมผัสได้ในวันหนึ่งแล้วจากไป คนไหนกันล่ะจะต้องการขยันหารายได้มาให้คนอื่นๆตลอด? ตรองดูแล้วมันก็เหมาะ (fair) ดี

ในมุมเจ้าของธุรกิจที่ดี เมื่อธุรกิจล้ำหน้าได้ ก็ย่อมรู้เรื่องว่าคณะทำงานสำคัญ ผลประโยชน์สำคัญ แรงใจรวมทั้งสิ่งจูงใจสำคัญ ด้วยเหตุนั้นจะมีการเอื้อเฟื้อผลตอบแทนกระจัดกระจายออกมา เพียงแค่กระจัดกระจายเช่นไรให้สมดุลเกิดเรื่องเข้าใจยาก ด้วยเหตุว่าจำเป็นต้องสมดุลทั้งยังความเท่าเทียมระหว่างบุคลากรที่มองดูคุ้นเคย แล้วก็สมดุลระหว่างเงินลงทุนกับผลกำไรและก็ความมั่นคงและยั่งยืนบริษัทในอนาคตด้วย

สิ่งที่ยากกว่าเป็นในตอนเริ่มหรือสำหรับเจ้าของธุรกิจที่พึ่งจะพอได้ อาจจะยากที่จะแบ่งปันให้ระดับบุคลากรได้ทราบสึกว่าดีมากกว่าที่อื่นๆ ยากที่จะสร้างแรงบันดาลใจรากฐานให้กับพวกเขาได้ แม้กระนั้นการจะหวังให้เขาดำเนินงานดีๆให้ก่อนเลยก็ตรากตรำ ด้วยเหตุว่าไม่มีผู้ใดล้างรถเช่า…

การเช่ารถยนต์ มุมหนึ่งก็เป็นการแลกแบบธุรกิจโดยปกติ ถ้าหากเทียบกับเจ้าของธุรกิจเป็นเจ้าของรถยนต์ บุคลากรเสมือนคนเช่ารถยนต์ ผู้ครอบครองได้ค่าใช้จ่ายในการเช่า คนเช่าได้ใช้รถยนต์ ผลตอบแทนกำเนิดสองฝ่าย ก็แค่คนเช่า (บุคลากร) มีสิทธิ์จะไปเช่าที่ใดก็ได้ (ดำเนินการกับผู้ใดก็ได้) ผลตอบแทนไม่ได้แตกต่างกันมากสักเท่าไรนัก

หากค่าใช้จ่ายสำหรับเช่ารถยนต์แพง ก็เปรียบได้กับผลประโยชน์ไม่ดี ค่าจ้างรายเดือนน้อย ก็ไม่มีผู้ใดต้องการเช่ารถยนต์คันนี้ บุคลากรก็ไม่ได้อยากปฏิบัติงานด้วยเพราะเหตุว่าไม่คุ้ม

ถ้าหากค่าใช้จ่ายในการเช่ารถยนต์ถูก ก็เปรียบเสมือนผลประโยชน์ดี ค่าตอบแทนรายเดือนดี ก็มีแม้กระนั้นคนต้องการมาเช่า ราวกับบุคลากรต้องการมาดำเนินงานด้วย

ถ้าหากรถยนต์ใหม่ รถยนต์งาม เทียบกับหน่วยงานโด่งดัง ดูดีมีมาตรฐาน คนก็ต้องการมาเช่าไปใช้ ก็เปรียบเสมือนบุคลากรจะต้องการดำเนินงานด้วย ถ้าเกิดค่าใช้จ่ายสำหรับเช่ารถยนต์เสมอกันหรือถูกกว่าก็ยิ่งเย้ายวนใจเป็นสิ่งจูงใจ แม้กระนั้นนี้ผู้ครอบครองก็จะต้องมีทุนมีกำลังสะสมมาพอเหมาะก็เลยจะมีรถยนต์ใหม่ให้เช่าถูกได้

แต่ว่าที่สุดแล้ว รถเช่าก็คือรถเช่า…

หลายครั้งที่คนเช่าทำรถยนต์เป็นต่อว่า หรือนำไปใช้เลอะเทอะเปรอะเปื้อน ฐานรากความนึกคิดมนุษย์เรานั้นซึ่งก็คือ “รถเช่า” ในเมื่อเขาปลดปล่อยเช่าแล้ว ก็รู้สึกว่าผู้ครอบครองรถยนต์จำต้องคุ้มเขาแล้ว คนใดจะมานั่งนึกว่า ที่เขาลงทุนให้รถยนต์งาม เทียบการให้ผลประโยชน์ดี เขาก็บางทีอาจอยากได้ค่าใช้จ่ายในการเช่าที่ดี อยากที่จะให้มาเช่ากับเขาตลอดกาล เทียบกันก็คือ เขาก็ต้องการที่จะให้ดำเนินงานให้ดีๆไม่ใช่ทำไปอย่างงั้นงานดีบ้างไม่ดีบ้าง นับว่าค่าตอบแทนรายเดือนเท่านี้จะเอาเพียงใดก็ปฏิบัติงานให้แล้ว…

แต่ว่าในวันที่ห่วยแตกๆเมื่อรถยนต์มีปัญหา เพียงแค่เปื้อนมากมาย ผู้ครอบครองล้างไม่ทัน หรือบางทีอาจจำต้องใช้เวลาเพื่อล้าง เพื่อจัดแจงให้ดี แน่ๆว่ามันก็เป็นหน้าที่ของผู้ครอบครองรถยนต์ถัดไปในเมื่อคุณได้ค่าใช้จ่ายในการเช่า เปรียบได้ดั่งธุรกิจการค้ามีปัญหา ภาวะเศรษฐกิจห่วยแตกก็เป็นหน้าที่เจ้าของธุรกิจรับไปลำพัง

คนใดล่ะจึงควรมาช่วยล้างรถ แม้กระทั่งก่อนหน้านี้ทำรถยนต์ดี ทำรถยนต์ให้เช่าถูก เช่นไรในส่วนนี้ก็จะต้องเป็นหน้าที่ของผู้ครอบครองรถยนต์ยังไง ถูกไหมล่ะ?

เพราะฉะนั้นเจ้าของธุรกิจ ก็เสมือนผู้ครอบครองรถเช่า มันมุ่งมาดได้ยากว่าคนเช่ารถยนต์ทุกคนจะพึงพอใจรับผิดชอบรถยนต์พวกเรา เนื่องจากว่าเขาจัดว่าเขาจ่ายค่าเช่าแล้ว (ดำเนินการให้พวกเราแล้ว) รถยนต์ไม่ใช่ของเขา หน่วยงานไม่ใช่ของเขา ในวันที่รถยนต์ดีเขาย่อมยินดีที่จะใช้บริการ ในวันที่รถยนต์ไม่สมบูรณ์ก็ปกติที่เขาอาจจะเริ่มต้นมองหารถยนต์ใหม่….

แน่ๆว่าบุคลากรที่มีจิตสำนึก หรือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ก็ยังมีแต่ว่าถึงที่สุดเรื่องชีวิตเขาก็จะต้องเอาตัวให้รอด และก็นี่บางทีอาจเป็นบทความที่มองดูมาในมุมเดียว ให้คนคิดหรือคนทำกิจการค้าสารภาพรวมทั้งรู้เรื่อง หรือถ้าเกิดบุคลากรมาอ่านก็ต้องการที่จะให้ตรองมอง

ที่หากจู่ๆวันนี้สถานที่ทำงานจะต้องปิดตัวไป มีใครกันแน่ไหมไม่ได้อยากได้ค่าทำขวัญ?