การทำธุรกิจ ต้องเตรียมรับมือกับปัญหา.. คน 9 ประการ

ถ้าเกิดท่านมีความรู้สึกว่าทำธุรกิจแล้วจะไม่มีปัญหานี้ อาจจะไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ว่ามั่นใจว่า สำหรับเพื่อการเริ่มทำธุรกิจ พวกเราก็ชอบคิดเรื่องของ การคลัง, ผลิตภัณฑ์, การให้บริการ หรือ การตลาด มาก่อนเป็นหลัก รวมทั้งโดยมากก็จะคิดแผนไว้กับประเด็นต่างๆพวกนั้น ซึ่งบางทีอาจลืมไปว่าปัญหาใหญ่มาก อีกปัญหาของแนวทางการทำธุรกิจ กิจการค้า ก็คือเรื่องของคน

วันนี้ก็เลยจะนำเรื่องราวปัญหาต่างๆจากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ในหลายๆด้าน ตั้งแต่การทำงาน การเป็นที่ปรึกษา เป็นประธาน รวมทั้งการเป็นวิทยากร บางทีอาจสรุปได้ไม่ทั้งหมดทั้งปวง เนื่องจากเขียนเท่าที่เพียงพอจะคิดเรียบเรียงออกมาได้ แม้กระนั้นก็รู้สึกว่ามากพอที่จะนำไปเป็นข้อคิดเตือนใจ รวมทั้งจัดแจงจัดการ กับปัญหาเกี่ยวกับของ “คน” หรือ “บุคคล” เจ้าหน้าที่ กันดังนี้

ปัญหาด้านผู้ที่ควรจะเตรียมรับมือ

1. ไม่ทราบงาน
บางทีอาจเกิดเรื่องที่น่าสงสัยอยู่เช่นกันว่า ตอนว่าจ้างมาหากไม่รู้จักงาน จะว่าจ้างมาเพราะเหตุไร ในความเป็นจริงแล้วมีเยอะแยะอยู่เช่นกัน ในความไม่รู้งานนี้ บางทีอาจกล่าวอีกอย่างว่าเป็นการไม่รู้เรื่องหน้าที่ หรือดำเนินงานผิดต้องตามขั้นตอนการ การลำดับความสำคัญไม่เป็น ที่ตรงนี้เวลาเกิดปัญหา เขาก็จะไม่รู้เรื่อง เขานับว่า เขาดำเนินการของเขาแล้ว เขาไม่ดีที่ที่ไหน แต่ว่าอย่างที่พวกเรารู้กันดี ถ้าหากลำดับงานไม่เป็น ลำดับความสำคัญไม่เป็น ก็ไม่ต่างอะไรจากไม่รู้จักงาน เนื่องจากผลพวงของสิ่งนี้ ทำให้วิธีการทำงาน การติดต่อประสานงาน มีปัญหา นำสู่สมรรถนะของทั้งยังระบบ เสียหาย ที่เห็นกระจ่างเป็น ช้าไปอย่างไม่ต้องสงสัย

วิถีทางพื้นฐาน

ควรจะจัดให้มีการแนะนำเบื้องต้น เพราะว่าหลายที่มิได้ให้ความเอาใจใส่ ใช้ระบบสอนงานพูดง่ายๆกันไป ปรับนิสัยกันไป ซึ่งบางครั้งบางคราวคนสอนงาน ก็ยังมีคุณภาพที่ไม่ดีมากแค่ไหน ไหมทราบดีว่าจุดสำคัญ จุดมุ่งหมายงานจริงๆน่าจะอยู่ที่แหน่งใด การการแนะนำเบื้องต้นควรมี 2 สิ่งประกอบกันหมายถึงทราบวัฒนธรรมหน่วยงาน วัตถุประสงค์หน่วยงาน ขั้นต่ำควรจะทราบว่า วิสัยทัศน์ หน้าที่ เป็นอย่างไร ลำพัง คำว่าวิสัยทัศน์ กับหน้าที่นี้ ยังแบ่งไม่ออกเลยก็มี ประการที่ 2 เป็นเรื่องหน้าที่ของตนจำเป็นต้องเด่นชัด ได้แก่ Job description, Procedure, Work in process รวม ก็คือหน้าที่ความรับผิดชอบ ระเบียบการปฏิบัติงาน ที่หลายๆหน่วยงาน ทำแบบ “เพียงแค่มี” โดยเขียนเก็บเข้าตู้ไว้ แล้วก็ปฏิบัติโดยยืดหยุ่นเอา เพียงพอยืดหยุ่น นี่แหละ ก็ไปโทษเขาว่าไม่เคยรู้งาน ไม่เคยรู้หน้าที่ ก็จะทราบได้ยังไง มันอยู่ในตู้..

2. ขาดสิ่งจูงใจ
หรือยุคนี้นิยมกล่าวกันในคำว่า Burn outเป็นหมดไฟสำหรับการดำเนินการ หัวข้อนี้เผชิญไม่ยากหากเคยเป็นหัวหน้างาน ประธาน แม้กระทั้งกับตนเอง ต้นสายปลายเหตุมาจากหลายกรณี แต่ว่าความรู้สึกจะเสมือนภาวการณ์ที่ไม่มีแรง อ่อนเพลียเกินความจำเป็น โดยอาจจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะความรู้สึกไม่แฟร์ต่างๆตัวอย่างเช่น หัวหน้างาน หรือพวกเรานี่เองตกลงใจบางสิ่งบางอย่างให้เขารู้สึกไม่เสมอภาค บุคลากรก็จะหน่าย ขาดสิ่งจูงใจ แต่ว่าอีกส่วนที่เป็นสาเหตุเป็น การไม่รับระบบ หรือความเคลื่อนไหวที่เข้ามา กระทั่งทำให้ไม่ชอบใจงานที่ทำ แต่ว่าก็ทนทำไปอย่างนั้นๆรวมทั้งการรู้สึกว่างานมากกำเนิดนไปมากเกินไปกระทั่งล้า

จำเป็นต้องทำความเข้าใจเพราะ การขาดแรงบันดาลใจ บางทีอาจไม่ใช่ผู้ที่ดำเนินงานไม่ดี ไม่เก่ง ซึ่งภาวการณ์แบบนี้ เล็กน้อยอาจมาจากการมีภาระหน้าที่ หรือความพอใจกับสิ่งอื่นมากยิ่งกว่างาน ตัวอย่างเช่น คนเคยดำเนินการดี จนได้รับเงินเดือนเยอะขึ้น โบนัสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และไปก่อสร้างบ้าน ที่นี้ก็เลยไปห่วงเรื่องก่อสร้างบ้าน เพราะเหตุว่าเกิดเรื่องใหญ่ ยิ่งถ้าเกิดมีปัญหากับช่างก่อสร้างบ้าน ก็จะภาพชัดว่า ในตอนนั้นขาดแรงกระตุ้นในงานไปชั่วครั้งชั่วคราว ก็เป็นไปได้ ซึ่งบางทีอาจบอกว่าพวกนี้เป็น “สภาวะ”

ทางพื้นฐาน

โดยเหตุนี้เมื่อพวกเราเห็นว่าสิ่งนี้เป็น สภาวะ การจัดการปัญหา ก็จะต้องเป็นไปในรูปรายตัว หาสิ่งที่ทำให้เกิดแต่ละคนมอง แต่ว่าหากเป็นทั้งยังส่วน ทั้งยังแผนก ซึ่งเป็นได้ ก็บางทีอาจพินิจพิจารณาได้ว่า มีสาเหตุมาจากระบบ หรือความไม่ชอบธรรม กระทั่งทำให้แผนกเห็นตาม มีแนวทางต้าน อาจจะจำเป็นต้องไปดูภาพรวมของแผนงาน ระบบการทำงาน ปรับเท่าเทียมบางสิ่งบางอย่างสำหรับการดำเนินการ สร้างความรู้ความเข้าใจใหม่

อีกส่วนก็คือ การนำไปทำกิจกรรม Outing คิดแผน Career Path ให้มีภาพเด่นชัด ผลตอบแทน บางทีอาจมิได้ส่งผลมากมายแม้กระนั้นก็มี ซึ่งกลุ่มนี้ก็บางทีอาจคือเรื่องของกรุ๊ป หรือรายตัวที่จำเป็นต้องพินิจพิจารณากันถัดไป

3. ความเกี่ยวเนื่อง
ซึ่งถ้าหากกล่าวรวมๆย่อมมีเหตุที่เกิดจากทัศนคติ อคติ เป็นหลัก โดยอาจมีที่มาต่างๆนาๆ เกินกว่าจะยกตัวอย่าง และก็หลายๆครั้งมีต้นเหตุที่เกิดจากสถานะการณ์เดียว ดังเช่นว่า บอกผิดหู กัน รู้ผิดกัน แต่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งก็มีสาเหตุมาจากความประพฤติอะไรบางอย่างของคนนั้นๆเป็นต้นว่า รักๆใคร่ๆ ไม่ใช่ว่า ปัญหาความเชื่อมโยงนี้เกิดขึ้นกับคู่ที่มีเกี่ยวข้องกันแค่นั้น แม้กระนั้นคนรอบข้างสถานที่ทำงานที่ทราบเรื่อง แล้วรังเกียจสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ระรานรังเกียจ ผู้ใดผู้หนึ่งในนั้นไปได้

อีกหัวข้อที่เกิดในหลายๆหน่วยงาน เป็นการเดิมพัน แชร์ หนี้ สรุปรวมก็เรื่องทรัพย์สิน ที่ไม่สมควรจะทำกัน เมื่อมีการทุจริตกัน เบี้ยวกัน ความเกี่ยวเนื่องก็กำเนิดปัญหา ในขณะที่กลุ่มนี้แท้จริงไม่เกี่ยวกับงานเอาเสียเลย

หนทางพื้นฐาน

ก็ควรมีการปรับทัศนคติรายตัว การมีกิจกรรมละลายการกระทำก็ช่วยสานชมรมได้ รวมทั้งการผลิตวัฒนธรรมหน่วยงาน กฎข้อบังคับ ที่ชัดแจ้ง ห้ามมีการยืมเงิน พนัน เล่นสลากกินแบ่ง เล่นแชร์ แม้กระทั้งเรื่องความเชื่อมโยง ที่คงห้ามคบค้ากันมิได้ แม้กระนั้นหากเมื่อใดมีปัญหาในสถานที่สำหรับทำงานนั้น ก็กำหนดโทษกันไปเลย กลุ่มนี้ถือเป็นการตัดไฟ แต่แรกเริ่มลม

4. การปกครอง
ที่มิได้ใช่เพียงแค่เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากคนเป็นหัวหน้างาน หรือประธานแค่นั้น แม้กระนั้นอาจเกิดจาก องค์ประกอบหน่วยงานไม่กระจ่าง ระบบงานซ้ำไปซ้ำมา จนถึงคล้ายว่าไม่ทราบผู้ใดจะเป็นหัวหน้าดี แต่ว่าแน่ๆว่าตัวหัวหน้างานเองก็เป็นปัจจัยหลัก ตัวอย่างเช่น เมื่อมีการต้านทานบางสิ่งบางอย่างจากบุคลากรต่อหัวหน้า หากแม้พวกเราในฐานะประธาน จะคิดว่าหัวหน้าคนนี้ก็ดีแล้ว แม้กระนั้นหากคิดสักหน่อย นี่จะต้องมีอะไรอยู่แน่ๆ

หนทางพื้นฐาน

ถ้าเกิดเป็นที่องค์ประกอบหน่วยงาน ที่แท้แก้ง่าย เพียงแค่เห็นด้วยก็ไปแก้ แม้กระนั้นถ้าเกิดเป็นที่ตัวหัวหน้าออกจะตรากตรำกว่า เนื่องจากว่าเปลี่ยนแปลงยาก จะไปลดระดับเขาคงจะเกิดเรื่องที่เสียความรูสึกต่อกัน ที่ตรงนี้ในฐานะประธาน จำต้องให้น้ำหนักดีๆระหว่าง งานกับคน ถ้าหากหน่วยงานเล็ก ก็เป็นได้ว่า หัวหน้างานก็จำเป็นต้องดำเนินการอยู่ แต่ว่าถ้าหากหน่วยงานใหญ่ หัวหน้างานจำต้องจัดแจงคนได้มากกว่า ซึ่งแม้มองความเหมาะสมแล้ว ควรจะแบ่งสรรงานกับการจัดการให้แจ่มกระจ่าง เป็นได้ว่าถ้าเกิดหน่วยงานเล็กนั้น พวกเราบางทีอาจใช้กรรมวิธีการโหวต เอาก็ได้ ด้วยเหตุว่าย้ำดูแลงานมากยิ่งกว่าคน แต่ว่าประธานนี่แหละจะเป็นผู้มีบทบาทดูแลคนมากยิ่งกว่าแทน แล้วก็รวมทั้งเวลาจะหาหัวหน้าสักคน ก็จำต้องคิดเรื่องคุณลักษณะการจัดการ การดูแลคน เอาไว้ด้วย

5. มลภาวะ toxic
มีด้วยกันหลากหลายชนิด ซึ่งไม่เกี่ยวว่าการดำเนินการ ดี ไหมดี ชนิดสถานที่ทำงานดีก็เช่น ถูกใจโชว์เดียว ซึ่งก็มิได้ไม่ถูกอะไรนักในพื้นฐานสถานที่ทำงานเก่ง แต่ว่าต้องการให้ทดลองคิดเทียบกับนักเตะ หรือกีฬาชนิดอื่น ที่ถ้าหากเป็นผู้เล่นที่เก่ง จะมีครั้งคราว บางคราว ที่เขาบางทีอาจโชว์ลำพัง แสดงความเชี่ยวชาญ แต่ว่าก็ไม่ตลอดเป็นบางจังหวะเพื่อช่วยกลุ่ม หรือบางครั้งบางคราวกลุ่มตกอยู่ในสถานะการณ์ตรากตรำ ก็บางทีอาจจำต้องทำอะไรสักอย่าง รวมๆก็ยังทำเพื่อกลุ่ม ไม่ใช่โชว์คนเดียวเพื่อตนเอง แต่ว่า สำหรับเพื่อการดำเนินการ มันจะมีชนิดที่โชว์ผู้เดียวแบบเอาตนเองรอด มัวแต่ตนเองดีเด่น แบบนี้ ก็เป็นมลภาวะชนิดหนึ่ง ด้วยเหตุว่ากลุ่มจะไม่มีแจงดึงดูดใจ เสมือนทำไปตนเองก็จะไม่เด่นเท่า ซึ่งโดยส่วนมากแล้วพวกเราอยากได้ คนเก่งไม่ต้องมากคน ดียิ่งกว่าเก่งมากมายผู้เดียวแน่ๆ

มลภาวะอีกชนิดที่ชัดแจ้งเป็น “พร้อมจะชน” ขึ้นง่าย ไม่ยินยอมผู้ใดกัน ติดต่อประสานงานกับคนใดกันก็ไม่สบอารมณ์กล้วยๆมั่นใจว่าพวกเราจะคิดออก อย่างงี้บรรยากาศการทำงานห่วยแตกแน่ๆ

บางจำพวกที่ได้ผลคล้ายคลึงกันเป็น การติดต่อสื่อสารผิดพลาด ซึ่งบางทีอาจไม่ใช่แค่ชนิดที่อารมณ์ขึ้นง่าย เนื่องจากว่าบางบุคคลก็มิได้หงุดหงิด แต่ว่า งงมากๆมึนๆตลอดระยะเวลา การเสวนางานทุกข์ยาก แบบงี้มีผลเหมือนกัน

ทัศนคติลบสุดๆในบางเรื่อง ตัวอย่างเช่น ทะเลาะเบาะแว้งกับเมีย ผัวทุกๆวัน ด่าร้ายแรง ให้พวกเราได้ยินในสถานที่สำหรับทำงาน

ทั้งสิ้นนั้น ไม่เฉพาะเจาะจงการแสดงออกทั่วๆไป แต่ว่าใน Social Network ก็สามารถทำให้เกิดความรู้สึกได้ เนื่องจากว่าจำนวนมากแล้ว คนทำงานด้วยกันชอบเป็นเพื่อนในกรุ๊ปสังคมพวกนี้ด้วย

วิถีทางพื้นฐาน

หากมีบุคลากรชนิดมลภาวะ ควรจะกำจัดออก ฟังดูใจร้าย แม้กระนั้นไม่คุ้มในหลายประการ เขาบางทีอาจไม่เหมาะสมกับตรงนี้ และก็ทดลองรู้สึกว่าถ้าเกิดเขาสุขสบาย(ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ) เขาจะไม่เป็นแบบนั้น ซึ่งถ้าหากในมุมสิ่งที่มีความต้องการ เขาก็ไปปฏิบัติงานที่อื่นๆได้อยู่ดี พวกเราสามารถช่วยเหลือเขาได้ในหลายๆทางเรื่องงานใหม่ด้วยไป แต่ว่าถ้าเกิดไม่ต้องการที่จะอยากทำแบบนี้ ตั้งแต่ตอนแรก ในช่วงนี้ บางครั้งก่อนที่จะรับเข้ามาดำเนินงาน อาจมีการขอส่อง facebook หรือ social media ก่อนก็คงจะดี เพราะเหตุว่าพวกนี้ก็ทำให้มองเห็นทัศนคติบางสิ่งได้ แม้กระนั้นประเด็นนี้ถ้าเกิดจะแก้กับบุคคลนั้นๆจริงๆที่เป็นมลภาวะนี้ อาจจะจำเป็นต้องลงไปถึงจิตใจ เงื่อนด้านในจิต ว่าเขามีปัญหาอะไร คนไม่ใช่น้อยบางทีอาจมีความรู้สึกว่าจำเป็นต้องขนาดนี้เลยหรือ ซึ่งเกิดเรื่องจริง ผมอ่านจากที่ไหนมาสักที่พบว่า มีในกรณีที่ส่งให้เจอจิตแพทย์ แล้วกลับมาดียิ่งขึ้นอย่างยิ่งจริงๆ

6. Ice berg
พวกภูเขาที่เป็นน้ำแข็งนี้ ให้แด่คุณระลึกถึงภาพภูเขาที่เป็นน้ำแข็งจริงๆที่โดยธรรมชาติแล้วทีนี้คือการก่อตัวมานับร้อย นับพันปี ยากที่จะละลาย ดังต่อไปนี้เป็นผู้แทนของบุคลากรชนิดหนึ่ง ที่ทำอะไรแบบเดิมๆเปลี่ยนยาก จะว่าดี ก็ราวกับจะดี แม้กระนั้นธุรกิจเดี๋ยวนี้อย่างไรก็จะต้องเปลี่ยน ถึงแม้ส่วนมากคนนี้จะนับว่ามีประโยชน์แก่บริษัท เนื่องจากล้วนอยู่มานาน อยู่จนเกิดความเคยชิน ก็ด้วยเหตุฉะนี้เช่นเดียวกัน ที่ทำให้ไม่ได้อยากต้องการเปลี่ยนอะไร ดำเนินการกับคนใหม่ๆยาก อายุก็เป็นต้นเหตุด้วยเช่นเดียวกัน ในลักษณะที่มีความคิดว่า เราอยู่มานานมึงจะทราบอะไร..

วิถีทางพื้นฐาน

จำเป็นต้องทำให้มองเห็นจุดเด่นสำหรับในการเปลี่ยนให้ได้ แต่ว่าหากมิได้ หรือยังปฏิเสธ บางทีอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงให้ไปอยู่ในส่วนที่ไม่กีดขวางความเคลื่อนไหว และก็การย้ายไป บางทีอาจเป็นแรงกดดันบางสิ่งบางอย่าง เมื่อไปอยู่อีกที่หนึ่งแล้วเขยิบออกจากที่เดิมไปแล้ว ครั้งคราวเขาจะดูกลับมาจุดเดิม และก็มีความคิดเห็นว่า หลายชนิดมันแปรไป แม้เขาพร้อมจะร่วมวิถีทาง เขาก็จะเปลี่ยนแปลงเอง เปรียบเสมือนที่คนสูงวัยปัจจุบันนี้ สารภาพเทคโนโลยี ก็เพราะว่ามองเห็นแล้วว่ากรุ๊ปใหญ่ แล้วก็ในอนาคตเขาจะไปกันทางนั้น ถ้าไม่แปลงตามบางทีอาจถูกละเลยให้สันโดษทางครอบครัว

7. การติดต่อสื่อสาร
เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของหลายๆปัญหาที่กล่าวมา แม้กระนั้นก็นับว่าเป็นปัญหาหลักอย่างหนึ่ง ไม่เชิงว่าเป็นเพียงแค่การติดต่อสื่อสารส่วนตัว หรือระหว่างบุคคล แม้กระนั้นปัญหาเกี่ยวกับการติดต่อในหน่วยงานก็ส่งผล ยกตัวอย่างเช่น ประธานไม่เคยติดต่อสื่อสารภาพกว้าง หรือแสดงวิสัยทัศน์ให้บุคลากรได้รู้เรื่อง ยกตัวอย่างเช่นการพูดเชิงสิ่งที่เป็นนามธรรมมากจนเกินไป เขาบางทีอาจไม่รู้เรื่อง รวมทั้งยังไม่มั่นใจว่าจะมีส่วนร่วมกับสิ่งนั้นได้ยังไง

การติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ได้แก่ ในต้นแบบผ่านแผนก หรือแนวแทยง ทำให้ผลสรุปบางสิ่งบางอย่างบกพร่อง ด้วยวัฒท่วมค์แขนแต่ละที่บางทีอาจต่างกัน

การใช้เทคโนโลยี ก็ก่อเรื่องในยุคนี้ หลายที่นิยมใช้ Line เป็นหลักสำหรับในการติดต่อการทำงาน ถ้าหากพวกเรารู้เรื่องแนวทางติดต่อสื่อสารอันที่จริงแล้ว Line หรือการส่งข้อความแนวนี้ ไม่มีสมรรถนะ รวมทั้งหยาบเหลือเกิน มนุษย์เราทะเลาะกันเพราะเหตุว่า Line ได้ง่ายอย่างยิ่ง ผู้ที่ไม่ทะเลาะเบาะแว้งก็เพราะว่าไม่ค่อยได้ใช้ ทดลองสังเกตดู ซึ่งในช่วงเวลานี้ถ้าเกิดใช้ ก็โทรเอาเลยดียิ่งกว่า ชัดเจนกว่าสมัยเก่ามากเท่าไรนัก

8. ระบบ
อะไรเป็นเรื่องของระบบ หรือปัญหาจากระบบเกี่ยวกับคนยังไง ในที่นี้อาจมองไปก็ได้ว่าคือเรื่องของการจัดการงานบุคคล ตัวอย่างเช่น หลักสากลอย่าง 3R’s (Recruit Retain Retire) การคัดสรร, การแก้ไข-ปรับปรุง, การวางเป้าหมายเกษียณอายุ ในทำนองนี้ กลุ่มนี้ถ้าเกิดไม่มีการวางระบบให้ดีก็มีปัญหาได้ ตัวอย่างเช่น ด่านแรกหัวข้อการคัดสรร ถ้าเกิดมีการวางระบบที่ดี อย่างกฏเกณฑ์การเลือกเฟ้น คัดเลือกคุณลักษณะ แนวทางการสัมภาษณ์ สิ่งพวกนี้ ถ้าเกิดทำเป็นดี ย่อมคัดเลือกกรองผู้ที่เหมาะสมกับหน่วยงานได้ ลดปัญหาด้านคนไปๆมาๆก แล้วก็แม้ เลือกมาแล้วจะขาดพร่องไปในด้านใด ก็จะใช้การ Retain ช่วย ยกตัวอย่างเช่นการฝึกฝน การสอนงาน ฯลฯ แน่ๆว่าย่อมรวมถึงการวางเป้าหมายเกษียณอายุ ผลประโยชน์ต่างๆให้ด้วย

สิ่งหนึ่งที่มั่นใจว่าบางทีอาจพอเพียงเคยได้เห็นหรือได้ยินเป็น รับแล้วมาดำเนินงานอาทิตย์เดียวก็ไม่มา ซึ่งก็หมายความว่า ระบบคัดสรรของพวกเราผิดพลาดอย่างแน่แท้ แล้วก็สำหรับข้อนี้ กรรมวิธีการเลี่ยงปัญหาก็แค่ย้อนไปมองว่ามีระบบระเบียบที่ดีหรือยังสำหรับส่วนต่างๆ

9. คนเก่งไป คนใหม่ไม่มี
ปัญหานี้ไม่เพียงแค่เรื่อง “สมองไหล” แต่ว่าเมื่ออยากคนเพิ่ม หรือหาใหม่ ก็ยากเย็นแสนเข็ญไม่ค่อยจะมี (ส่วนใดส่วนหนึ่งขัดกับข้อที่แล้วด้วย หายาก ยังจำเป็นต้องเลือกมากมายอีกยิ่งขาดเข้าไปใหญ